คณะเภสัชศาสตร์ มข. ประสบความสำเร็จในการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ HTM 2026 ผนึกภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสมุนไพรสู่เวทีโลก

เมื่อวันที่ 22–24 เมษายน 2569 ณ Baiyoke Sky Hotel กรุงเทพมหานคร โดยมีนักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนเรศวร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 5th International Conference on Herbal and Traditional Medicine 2026 (HTM 2026) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Development in Herbal and Traditional Medicine: From Ancient Wisdom to Global Health Solutions”  นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านสมุนไพรและการแพทย์ดั้งเดิมในระดับนานาชาติ

พิธีเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานในพิธี โดยได้กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยในบริบทของโลกยุคใหม่ ซึ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากภูมิปัญญาการแพทย์ดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนโอกาสนี้ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยมุ่งส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพัฒนานวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในระดับสากล ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรนรินทร์ จันทร์ศรี คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ว่า การประชุม HTM 2026 เป็นเวทีสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสมุนไพรและการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การพัฒนาเป็นนวัตกรรมสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมโลกในปัจจุบันและอนาคต

ภายในงานมีการนำเสนอองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญในหลากหลายมิติ อาทิ Pharmacology & Preclinical Safety และ Clinical Evidence & Translational Traditional Medicine โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ อาทิ Prof. Hitoshi Sato จาก Showa University ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้นำเสนอแนวทางการบูรณาการสารแคนนาบินอยด์ในเวชศาสตร์สมุนไพรเชิงประจักษ์เพื่อสุขภาพระดับโลก ขณะที่ Asst. Prof. Jutarop Phetcharaburin จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Phenomics และ Precision Medicine เพื่อเร่งกระบวนการค้นคว้ายาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

นอกจากนี้ Dr. Pakakrong Kwankhao จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำเสนอประสบการณ์ด้านการใช้สมุนไพรในทางคลินิกของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของการแพทย์แผนไทยในการพัฒนาสู่การแพทย์เชิงประจักษ์ ขณะที่ Prof. Jenis Janar จาก Al Farabi Kazakh National University ประเทศคาซัคสถาน ได้นำเสนอการศึกษาทางพฤกษเคมีและเภสัชกรรมของพืชสมุนไพรในภูมิภาคเอเชียกลางเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ

ในช่วงบ่ายของการประชุม ยังได้รับเกียรติจาก Prof. Hayakawa Yoshihiro จาก University of Toyama ประเทศญี่ปุ่น และ Prof. Jean-Luc Wolfender จาก University of Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้การแพทย์ดั้งเดิมร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับงานวิจัยทางเภสัชศาสตร์ให้ก้าวสู่การพัฒนาเชิงนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการบรรยายหลัก การประชุมยังเปิดเวทีให้นักวิจัยจากนานาประเทศได้นำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral Presentation ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในระดับสากล    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการประชุมคือการจัดกิจกรรมถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยในช่วงเย็น ภายใต้บรรยากาศประเพณีสงกรานต์ โดยมีการแสดงกลองยาวแบบไทยประยุกต์ การแสดงต้อนรับตามแบบวิถีไทย และพิธีรดน้ำดำหัว เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างยิ่งแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติ และสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยควบคู่กับความเป็นสากลทางวิชาการ

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 คณะผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานและเรียนรู้วัฒนธรรมไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้นำผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นศูนย์รวมศิลปกรรมไทยชั้นสูงและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติไทย รวมถึงการเดินทางไปยังคลองบางหลวง เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมริมคลอง และการเยี่ยมชมวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งสะท้อนความงดงามของพุทธศิลป์ไทยร่วมสมัยและบทบาทของพระพุทธศาสนาในวิถีชีวิตของคนไทยการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ HTM 2026 ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการแสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของสังคมโลกได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ผ่านการเป็นเจ้าภาพที่มีความพร้อม ทั้งด้านวิชาการ การบริหารจัดการ และการถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยอย่างงดงามและทรงคุณค่า

 

Scroll to Top