ภายใต้วิสัยทัศน์การนำมหาวิทยาลัยขอนแก่นสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก” สภามหาวิทยาลัยได้วางรากฐานการดำเนินงานที่โปร่งใส ผ่านยุทธศาสตร์ที่ 6 คือ การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีและการชี้นำสังคม (Beyond Good Governance) โดยมุ่งเน้นการป้องปรามการทุจริตและยึดมั่นในจริยธรรม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อถือ (Trustworthiness) และการเป็นองค์กรต้นแบบ (Role Model) ที่สง่างามในสายตาของชุมชน
ซึ่งความมุ่งมั่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นภารกิจที่มหาวิทยาลัยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปี เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้รับผิดชอบหลักในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ได้อธิบายว่า
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) เป็นกลไกสะท้อนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยผ่าน 3 มิติหลักที่ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น ประกอบด้วย
- IIT (Internal Integrity and Transparency Assessment) การรับรู้ของบุคลากรภายในเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ การใช้อำนาจ และการบริหารงบประมาณ
- EIT (External Integrity and Transparency Assessment) การรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อสะท้อนคุณภาพการบริหารและความโปร่งใสจากมุมมองผู้รับบริการ
- OIT (Open Data Integrity and Transparency Assessment) ความพยายามในการเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานและช่องทางเข้าถึงผ่านระบบออนไลน์เพื่อให้ตรวจสอบได้ในทุกข้อมูล
ในการประเมิน อาจารย์ณัฐสมล ยังชี้ให้เห็นว่า ผลของการประเมินคือตัวเลข ที่มีนัยของการนำไปสู่การปรับพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น
“ITA ไม่ใช่เพียงเป็นแค่คำตอบจากการประเมินเพื่อให้ได้คะแนนเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ผลของคะแนน จะเป็นตัวที่สะท้อนให้เราเห็นว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นของเรา มีจุดไหนที่เรายังต้องพัฒนา แล้วเรานำผลนั้นมาพัฒนาให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 มหาวิทยาลัยได้ยกระดับกระบวนการประเมินให้มีความเข้มข้นและก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ เพื่อให้เห็นปัญหาที่แท้จริงในแต่ละส่วนงาน โดยอาจารย์ณัฐสมลได้ขยายความถึงการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ว่า
“สำหรับปี 2569 นี้ ITA ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดที่เดิมที่เป็น One Size Fits All คือการทำในรูปแบบเดียวกัน ไปสู่การประเมินที่ลงลึกถึงภารกิจและด้านต่างๆ ผ่านจุดข้อคำถามที่เป็นคำถามเฉพาะ แล้วก็เป็นคำถามกลาง ซึ่งจะช่วยให้เราวินิจฉัยจุดอ่อนและพิกัดความเสี่ยงในแต่ละกลุ่มงานได้อย่างแม่นยำ”
นอกจากนี้ การประเมินในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนจากภายนอกมากขึ้น โดยมีการปรับสัดส่วนคะแนน EIT สูงถึง 40% และมีการคัดเลือกหน่วยงานภายนอก (Third Party) ที่มีความเชี่ยวชาญในบริบทของแต่ละสถาบันเข้ามาเป็นผู้ประเมิน เพื่อความเป็นกลางและสะท้อนภาพลักษณ์ที่แท้จริง

ท้ายที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายนั้น รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและสื่อสารองค์กร ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของบุคลากรทุกคนในฐานะฟันเฟืองสำคัญว่า
“อยากให้บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกท่าน มองว่า ITA คือโอกาสในการพัฒนาไม่ใช่ภาระ ขอให้ทุกท่านร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและโปร่งใส เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นของเรา เป็นองค์กรต้นแบบที่มีธรรมาภิบาล เป็นที่พึ่งและภาคภูมิใจของสังคมสืบไปค่ะ”
ภาพรวมของการพัฒนาด้านธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงไม่ใช่เพียงการทำตามระเบียบภาครัฐหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขคะแนน แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งความโปร่งใส เพื่อยืนยันว่าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังคงทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณค่าต่อสังคม และพร้อมจะเป็นผู้นำในการชี้นำสังคมด้วยความถูกต้องอย่างแท้จริงตามยุทธศาสตร์ Beyond Good Governance นั่นเอง



ชมเนื้อหาจากรายการ KKUTransformation : ITA 2569 ก้าวใหม่ของการประเมินความโปร่งใสองค์กร




