ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าวโรคติดเชื้อชนิดใหม่จาก “ไวรัสนิปาห์” กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดเป็นอย่างไร อาการและความอันตรายมากน้อยเหมือนโควิด-19 หรือไม่ วันนี้ (29 มกราคม 2569) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีคำตอบ

“ไวรัสนิปาห์ คือ โรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัสนิปาห์ชนิด RNA เหมือนกันกับไวรัสโควิด-19 เมื่อติดเชื้อก็จะเกิดการก่อโรค และมีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงอยู่ที่ 40-75% ขณะเดียวกันยังเป็น 1 ใน 13 โรคติดต่อร้ายแรงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้ติดตามและจับตา”
รศ.นพ.ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ หัวหน้าอนุสาขาวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย วาระ 2568-2570 ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของไวรัสนิปาห์ว่า ขณะนี้มีผู้ยืนยันติดเชื้อเพียง 2 คน และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ติดตามเฝ้าระวัง 190 คน ซึ่งล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ ทำให้มีการประกาศว่าสามารถกักกันโรคได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในสัตว์ โดยมีแหล่งรังโรค คือ ค้างคาวแม่ไก่ หรือ หมู เมื่อคนหรือสัตว์ไปสัมผัสกับสารคัดหลั่งก็จะทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ และสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้อีกด้วย โดยขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ผลไม้ที่สัตว์กัดแทะจะสามารถส่งผลให้คนติดเชื้อไวรัสนิปาห์ได้ แต่ก่อนหน้านี้เคยเกิดสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ระบาดหนักในบังกลาเทศซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนสารคัดหลั่งค้างคาวแม่ไก่ในน้ำตาลสดที่สกัดจากต้นตาล จนนำไปสู่การติดเชื้อสู่คน

รศ.นพ.ภิรุญ ระบุอีกว่า สำหรับไวัรสนิปาห์จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.การติดเชื้อทางสมอง คือ มีอาการสับสน มึนงง ชัก ไม่มีสติ ง่วงซึม และไม่ค่อยรู้สึกตัว หรืออาจนำไปสู่การเป็นโรคสมองอักเสบเฉียบพลันได้ อาการเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นในช่วงระบาดที่สิงคโปร์และมาเลเซียมาแล้ว ส่วนการระบาดในบังกลาเทศและอินเดีย จะเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน คือ มีอาการไอ จาม มีน้ำมูก หรือบางรายมีอาการปอดอักเสบ ปอดบวมไปจนถึงหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาการของโรคจะแตกต่างกันไปตามการระบาดในแต่ละภูมิภาค
หลังจากได้รับเชื้อไวรัสนิปาห์จะมีระยะฟักตัวอยู่ที่ 7-14 วัน หรืออาจยาวนานถึง 3 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีประวัติเสี่ยง เช่น เดินทางกลับมาจากอินเดียหรือบังกลาเทศในพื้นที่เสี่ยงอย่างเวสต์เบงกอลแล้วมีอาการป่วยสามารถเข้าตรวจคัดกรองโดยวิธี RT-PCR สวอปจมูก และตรวจน้ำไขสันหลัง ตรวจเลือด ตลอดจนตรวจปัสสาวะ แต่ยังไม่มีชุดตรวจ ATK หรือชุด KIT เช่นเดียวกับโควิด-19 และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนรักษาโดยตรง
“แม้จะยังไม่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในประเทศไทย แต่กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลศรีนครินทร์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศและส่งผลกระทบต่อประชาชนเหมือนโควิด-19 ดังนั้น ทุกคนสามารถตระหนักได้แต่ไม่ตระหนกหรือกังวลจนเกินไป เพราะปัจจุบันโอกาสระบาดในประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์อยู่”
รับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ :
ข่าว : ผานิต ฆาตนาค
ภาพ : ปุณยวัจน์ คุณทิพย์ นักศึกษาฝึกปฏิบัติสหกิจศึกษา ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ นายณัฐดนัย อุปนันท์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์สหกิจศึกษา ชั้นปีที่ 2 เทียบโอน ปวส. มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น




