มหาลัยขอนแก่น เดินหน้ายกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สากล โดยสถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดย ดร.อนุวรรตน์ ศรีสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมคณะนักวิจัย เข้าร่วมการประชุมสัมมนา “INSECT FOOD-TECH SEMINAR” ณ มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์เมืองทาคาซากิ (Takasaki City University of Economics) ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิโตโยต้า (TOYOTA Foundation) และได้รับเกียรติจาก คุณทาเคชิ มิซุกุจิ (Mr. Takeshi Mizuguchi) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์เมืองทาคาซากิ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ การร่วมมือดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรมอาหารจากแมลงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากไทย ลาว และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันศักยภาพของ “จิ้งหรีดไทย” ในการขับเคลื่อนสู่ตลาดโปรตีนทางเลือกในต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร. อากิฮิโระ อิจิมะ (Professor Dr. Akihiro Ijima) อาจารย์และนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ทากาซากิ ในฐานะหัวหน้าโครงการ และผู้ร่วมก่อตั้งรวมถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของบริษัท Futurenaut Inc. ได้กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ว่า โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างญี่ปุ่น ไทย และลาวในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์อาหาร (Food Crisis) จากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ซึ่งคาดว่าความต้องการโปรตีนจะประสบปัญหาขาดแคลนภายในปี 2030 การจัดกิจกรรมนี้จึงมุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ข้ามพรมแดนเพื่อแก้ไขอุปสรรคในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แทนการนำเสนอผลงานวิจัยเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว โดยตั้งเป้าผลักดันงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาไปสู่นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดโลกและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
โอกาสนี้ ดร.อนุวรรตน์ ศรีสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Potential of Thailand’s Alternative Protein Industry from Crickets and Market Opportunities in Japan” (ศักยภาพของอุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกจากจิ้งหรีดของไทย และโอกาสทางการตลาดในประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากกลุ่มผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย และภาคธุรกิจอย่าง Futurenaut Inc. โดยการบรรยายได้ชูศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางผลิตแมลงกินได้เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ในประเทศญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มความต้องjการนำเข้าวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์ ดร.เทรุโอะ มิยาซาวะ จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ วิทยากรบรรยายพิเศษ ได้นำเสนอความก้าวหน้าทางงานวิจัยการเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการในจิ้งหรีด โดยทดลองใช้อาหารเลี้ยงที่ผสมสารสกัดและน้ำมันจากรำข้าว ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอีและสารโทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) ที่มีสรรพคุณช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งและป้องกันโรคสมองเสื่อม ผลการวิเคราะห์พบว่าสารอาหารดังกล่าวสามารถถ่ายทอดสู่ตัวจิ้งหรีดได้จริง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณค่าทางสุขภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้โครงการ “AI Trophie” เข้ามาช่วยวิเคราะห์กลไกการทำงานร่วมกันของสารอาหารนับร้อยชนิดเชิงลึก ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยลดและทดแทนการใช้สัตว์ทดลองในอนาคตอันใกล้
คุณเรน ซากุไร (Mr. Ren Sakulai) กรรมการบริหารบริษัท FUTURENAUT Inc. และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์เมืองทากาซากิ ได้ร่วมสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยยกกรณีศึกษาผลกระทบจากข่าวปลอมในปี 2022 เรื่องเมนูอาหารกลางวันในจังหวัดโทคุชิมะ ที่ถูกสื่อสังคมออนไลน์บิดเบือนจากเมนูทางเลือกเป็นการบังคับบริโภค จนเกิดกระแสต่อต้านและทำให้อุตสาหกรรมจิ้งหรีดในญี่ปุ่นชะงักงัน จากบทเรียนดังกล่าว FUTURENAUT จึงได้ปรับกลยุทธ์เพื่อลดความรู้สึกต่อต้านทางสังคม (Ick factor) โดยหันมาเจาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผู้บริโภคมีความเปิดกว้างมากกว่า ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างการยอมรับแล้ว ยังเป็นช่องทางในการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านคุณประโยชน์ของโปรตีนจากแมลง เพื่อปูทางสู่การกลับมาขยายตลาดในกลุ่มอาหารมนุษย์อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ในช่วงท้าย คุณทาเคชิ มิซุกุจิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์เมืองทากาซากิ ได้กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จของการสัมมนาครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทย ลาว และญี่ปุ่น ในการเตรียมรับมือวิกฤตอาหารโลก พร้อมทั้งนำคณะผู้เข้าร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่าง (FUTURENAUT) เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงต่อไป
นอกจากการสัมมนาวิชาการแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปด้านนวัตกรรมอาหารจากแมลง ณ บริษัท TAKEO ย่านอาซากุสะ กรุงโตเกียว แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารที่ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การกินรูปแบบใหม่ (New Food Experience) โอกาสนี้ได้มีการหารือถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยตั้งเป้าให้ไทยและลาวเป็นฐานการผลิตแมลงคุณภาพสูง ขณะที่ญี่ปุ่นจะสนับสนุนเทคโนโลยีการแปรรูปและการสร้างแบรนด์ (Branding) ควบคู่กับการใช้อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในการทำการตลาด นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันวิเคราะห์ความท้าทายด้านการส่งออก ทั้งข้อจำกัดทางกฎหมาย การรักษาคุณภาพระหว่างการขนส่งจากไทย และการกระตุ้นอุปสงค์ในญี่ปุ่นให้คุ้มค่าต้นทุน ก่อนที่ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 คณะวิจัยได้เดินทางไปลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ บริษัท Sagamiya Foods Co., Ltd. จังหวัดกุมมะ เพื่อเรียนรู้กระบวนการผลิตและการแปรรูปอาหารที่ได้มาตรฐานระดับสากล นำไปสู่การต่อยอดอุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกของไทยในอนาคต
การเดินทางไปร่วมนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นของ สถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ไม่เพียงแต่สร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของหน่วยงานในการนำงานวิจัยมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม การผลักดันให้ “จิ้งหรีดอีสาน” ก้าวขึ้นเป็น “โปรตีนทางเลือก” ที่มีมูลค่าสูงในตลาดโลก จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย พร้อมทั้งตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนทางอาหารของโลก (Food Sustainability) ได้อย่างยั่งยืนต่อไป Next Step…การส่งออกจิ้งหรีดไทยไปญี่ปุ่นมีความเป็นไปได้สูงสุดในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมและสินค้าไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยหัวใจสำคัญคือการรักษามาตรฐานความปลอดภัยไร้สารตกค้างอย่างเข้มงวดและใช้เทคโนโลยีแช่ขั้นสูงในการขนส่งเพื่อรักษาความสดใหม่ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจความร่วมมือสามฝ่าย (ไทย-ลาว-ญี่ปุ่น) เพื่อดึงคู่ค้าญี่ปุ่นมาร่วมวิจัยและสร้างแบรนด์ร่วมกัน ควรเร่งเจาะตลาดด้วยผลิตภัณฑ์พร้อมทาน (Ready-to-eat) และอาหารสัตว์เกรดพรีเมียมเพื่อสร้างฐานลูกค้า และให้ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการให้กับผู้บริโภคเชิงบวกเพื่อสร้างการยอมรับ เพื่อขยายตลาดให้มากขึ้น และคาดหวังว่าในอนาคตจะสามารถยกระดับสู่นวัตกรรมสารสกัดมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต




ศาสตราจารย์ ดร. อากิฮิโระ อิจิมะ (Professor Dr. Akihiro Ijima) อาจารย์และนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ทากาซากิ







