เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม M301 อาคารเรียนรวมและพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสมาคมด้านเศรษฐศาสตร์แห่งแรกและแห่งเดียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเปิดเผยผลสำรวจ “ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 2 ปี 2569 และคาดการณ์ไตรมาส 3” สะท้อนภาพเศรษฐกิจฐานรากที่ยังคงเปราะบาง
สมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Connect • Collaborate • Contribute” หรือ “เชื่อมโยงเครือข่าย สร้างความร่วมมือ และร่วมสร้างคุณค่าเพื่อคณะ มหาวิทยาลัย และสังคม” โดยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงศิษย์เก่า คณาจารย์ นักศึกษา นักเศรษฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ งานวิจัย นโยบายสาธารณะ และการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์สุเมธ แก่นมณี นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “การจัดตั้งสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์ของภาคอีสานให้เข้มแข็ง โดยสมาคมจะเป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงบุคลากรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน การเงิน การศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาคณะ มหาวิทยาลัย ชุมชน และเศรษฐกิจภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน การมีสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งแรกของภาคอีสานนี้ จะช่วยให้เกิดพลังความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และสามารถผลิตองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม บริการวิชาการ และสื่อสารองค์กร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “การเปิดตัวสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างคณะเศรษฐศาสตร์กับภาคีเครือข่ายภายนอกให้มีความเป็นระบบและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการนำงานวิจัยและองค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานที่นำเสนอในวันนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการงานวิจัยเชิงประจักษ์เข้ากับการบริการวิชาการ ซึ่งคณะเศรษฐศาสตร์พร้อมสนับสนุนให้สมาคมฯ เป็นกลไกสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป”
ภายในงาน สมาคมฯ ร่วมกับอีสานโพล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,058 คน ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและฐานะการเงินของครัวเรือนอีสานในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 4.83 จาก 10 คะแนน ต่ำกว่าระดับพอใช้ สะท้อนว่าเศรษฐกิจครัวเรือนยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้ประชาชนคาดว่าไตรมาส 3 จะปรับดีขึ้นเป็น 5.04 คะแนน แต่ความเชื่อมั่นยังฟื้นตัวในวงจำกัด
ผลสำรวจยังพบว่า ปัญหาที่กระทบประชาชนมากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ รายจ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 31.1 รองลงมาคือ รายได้ลดลง ร้อยละ 20.3 และ หนี้สินเพิ่มขึ้นหรือผ่อนชำระหนี้ลำบาก ร้อยละ 12.5 ขณะที่แนวทางรับมือหากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ส่วนใหญ่เลือก ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 41.5 รองลงมาคือ หารายได้เสริม ร้อยละ 17.8 และ นำเงินออมหรือขายทรัพย์สิน ร้อยละ 12.7
สำหรับปัญหาที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขมากที่สุด ได้แก่ ค่าครองชีพและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ร้อยละ 33.1 รองลงมาคือ เศรษฐกิจชะลอตัว เงินหมุนเวียนต่ำ ร้อยละ 14.6 ต้นทุนภาคเกษตรสูง ร้อยละ 11.8 และ ค่าแรงต่ำ รายได้ไม่เพียงพอ ร้อยละ 10.3 สะท้อนว่าครัวเรือนอีสานยังเผชิญแรงกดดันทั้งด้านรายได้ รายจ่าย ภาระหนี้ และต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย
ส่วนความคิดเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” พบว่าประชาชนร้อยละ 36.0 เห็นว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้ในระดับพอสมควร และร้อยละ 22.8 เห็นว่าช่วยได้มาก ขณะที่คะแนนผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ที่ 4.73 จาก 10 และคะแนนผลงานโดยรวมของรัฐบาลอยู่ที่ 4.67 จาก 10 โดยประชาชนร้อยละ 42.2 ระบุว่ายังไม่เห็นกระทรวงเศรษฐกิจใดมีผลงานโดดเด่นอย่างชัดเจน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล กล่าวว่า “ผลสำรวจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้ครัวเรือนฐานราก จัดลำดับความช่วยเหลือให้ตรงกับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงสื่อสารผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของภาคอีสานให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง”
การเปิดตัวสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรวมพลังเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์ในภาคอีสาน เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ในการผลิตองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืน อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว







