ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก” (A World-Leading Research and Development University) มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญด้าน Research Transformation เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการทำวิจัยจากเดิมที่ยึดตามความสนใจของนักวิจัยเป็นหลัก (Supply-side) ไปสู่การทำวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและปัญหาของประเทศ (Demand-side) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนผลงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์

รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ขยายความถึงหัวใจของภารกิจนี้ว่า “นวัตวณิชย์ หรือ Innovation Commercialization คือการนำสิ่งใหม่ ๆ ที่เราสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลงหรือสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ไปทำให้เกิดประโยชน์ผ่านการค้าการขายในเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีนวัตกรรมที่จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไว้เกือบ 2,000 รายการ โจทย์สำคัญคือการนำทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้มาสร้างประโยชน์ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีงบประมาณหมุนเวียนในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง”

รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การเปลี่ยนงานวิจัยสู่ธุรกิจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยได้กำหนดเครื่องมือสำคัญ 4 ประการ ดังนี้
- การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ งานวิจัย และทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยดำเนินการรวบรวมและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ งานวิจัย และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อผลักดันสู่ตลาดและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดทำ Sales Sheet Catalog พร้อมทั้งจัดกิจกรรม KKU Enterprise Demo Day ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้สาธิตและนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการที่มีความสนใจนำงานวิจัยไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์
- การบริหารการตลาดแบบครบวงจร มหาวิทยาลัยได้พัฒนาแพลตฟอร์ม KKU Market ซึ่งเป็นอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) แห่งแรกของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด การสื่อสาร และการสร้างแบรนด์ให้แก่ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและพันธมิตรทางธุรกิจ
- การบริหารการลงทุนและการร่วมทุนกับภาคเอกชน มหาวิทยาลัยสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจลงทุน โดยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการร่วมทุนกับภาคเอกชนในรูปแบบที่หลากหลายและเหมาะสม
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ มหาวิทยาลัยมุ่งสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ เพื่อแสวงหาและสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

นอกจากเครื่องมือสนับสนุนแล้ว ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์สำคัญด้าน Research Transformation ในปีนี้คือ “โครงการปั้นสตาร์ทอัพจากทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น” ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญที่หลอมรวมงานด้านกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์เข้าด้วยกัน
รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี ระบุว่า ในการดำเนินงานนั้นจะเป็นการทำงานร่วมกับชมรมสตาร์ทอัพ (KKU Startup) เพื่อบ่มเพาะจิตวิญญาณผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยใช้งานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นรากฐานในการสร้างธุรกิจใหม่

“ทิศทางการขับเคลื่อนนวัตวณิชย์ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการบริหารทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “บัณฑิตยุคใหม่” ให้มีอัตลักษณ์ตามกรอบ EGGS Identity ซึ่งเป็นเข็มทิศหลักในการปลูกฝังคุณลักษณะที่โดดเด่นให้แก่นักศึกษา โดยเฉพาะด้านการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial: E) หรือความมีใจเป็นผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสและกล้าสร้างสรรค์ธุรกิจ”รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวปิดท้าย


การปลดล็อกคลังสมองเกือบ 2,000 รายการผ่านเครื่องมือและโครงการเหล่านี้ จึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ก้าวไปสู่การเป็นสถาบันที่มีคุณค่าต่อสังคมในระดับสากล พร้อมทั้งเป็นผู้นำในการชี้นำสังคมด้วยนวัตกรรม และสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจากฐานความรู้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัย (Transformation) อย่างแท้จริง








