
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมคณะนักวิจัย ประกอบด้วย ผศ.ฤทธิรงค์ จังโกฏิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ รศ.ปิยวรรณ ศรีสุรักษ์ และอาจารย์สายชล จิตภิลัย คณะศึกษาศาสตร์ รวมถึง ศ.ไพบูลย์ สิทธิถาวร ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ร่วมประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ภายใต้แผนงานวิจัยเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายจิรศักดิ์ ศิลป์ประกอบ ปลัดอำเภอพล เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมติดตามผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การปฏิบัติในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี เผยว่า ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญของพื้นที่ต้นแบบ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลโสกนกเต็นได้ผลักดันการจัดตั้งและพัฒนาบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลแห่งแรกของอำเภอพล ควบคู่กับการดำเนินงานตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับในประชากรกลุ่มเสี่ยงด้วยชุดตรวจสำเร็จรูป OV ATK อย่างครอบคลุม ผลการคัดกรองพบว่า ตำบลโสกนกเต็นมีผู้เข้ารับการตรวจจำนวน 519 คน พบการติดเชื้อร้อยละ 42 ขณะที่ตำบลโคกสง่ามีผู้เข้ารับการตรวจจำนวน 510 คน พบการติดเชื้อร้อยละ 38.04 โดยผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อทั้งหมดได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าพยาธิใบไม้ตับ และอยู่ในกระบวนการติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต

ศ.ไพบูลย์ สิทธิถาวร ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี
นอกจากการดำเนินงานด้านสาธารณสุขแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้เชิงป้องกันในสถานศึกษา โดยได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จัดอบรมการใช้หลักสูตรป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับในโรงเรียน ให้แก่ครูผู้สอนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนและสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพตั้งแต่ระดับฐานรากของสังคม
จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันในการขยายผลสู่พื้นที่นำร่องในปี 2569 จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลโสกนกเต็น ตำบลโคกสง่า และตำบลนามะเขือ โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับด้วยชุดตรวจ OV ATK ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย การรักษาและติดตามผลผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบจัดการสิ่งปฏิกูลและบ่อบำบัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และการส่งเสริมการใช้หลักสูตรป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในสถานศึกษา

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากที่ประชุม คือ การศึกษาการปนเปื้อนของพยาธิใบไม้ตับในปลาและอาหารจากแหล่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนจัดการปัจจัยเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและสร้างความปลอดภัยทางสุขภาพให้แก่ประชาชนในระยะยาว
ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคประชาชนในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ลดการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานของแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านการป้องกัน คัดกรอง รักษา และลดความสูญเสียจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ ควบคู่กับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ จากการพัฒนาหลักสูตรและสร้างองค์ความรู้ด้านการป้องกันโรคในสถานศึกษา รวมถึง SDG 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล ผ่านการพัฒนาระบบจัดการสิ่งปฏิกูลและบ่อบำบัดที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังสะท้อนการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนตาม SDG 17 หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากโรค ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต






ภาพ/ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น




