มหาวิทยาลัยขอนแก่นเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ จัดงานแสดง และจำหน่ายระบบแบตเตอรี่ โซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ พร้อมเปิดตัวความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยี ระบบกักเก็บพลังงานครบวงจร ภายใต้แบรนด์ kkUVolts เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาดที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และคุ้มค่าต่อการลงทุน

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงาน “แสดงและจำหน่ายแบตเตอรี่ พร้อมระบบโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานที่พัฒนาโดยคนไทย เปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้สนใจ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ Solar + BESS ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความมั่นคง ทางพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
งานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนก่น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) พลังงานจังหวัดขอนแก่น พลังงานจังหวัดมุกดาหาร พลังงานจังหวัดนครราชสีมา และพลังงานจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเอกชน ได้แก่ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท อีซียู เทค จำกัด และผู้แทนจาก บริษัท เพทโทร – อินสตรูเมนท์ จำกัด รวมถึงสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างๆ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ภายในงานมีการประกาศความพร้อมของระบบพลังงานสะอาดที่บูรณาการการทำงานระหว่างระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) อินเวอร์เตอร์ และระบบบริหาร จัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System: EMS) ให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อรองรับการใช้งานจริงทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของประเทศไทย
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ (kkUVolts) บริษัท เอสโก้ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (ESSCO) และบริษัท เพทโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด (PICO) เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ การติดตั้งระบบ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และคุ้มค่าต่อการลงทุน

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การเปิดตัวนวัตกรรมแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของประเทศ โดยต่อยอดองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี เพื่อพลังงานสู่การผลิตและใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่รองรับการผลิตทั้งแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและแบตเตอรี่โซเดียมไอออน โดยโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี และมีแผนขยายกำลังการผลิตในอนาคต ขณะที่แบตเตอรี่โซเดียมไอออนซึ่งเป็นเทคโนโลยีเป้าหมายใหม่ของมหาวิทยาลัย มีศักยภาพในการใช้ทรัพยากรโซเดียมที่ประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

อธิการบดี ยังเน้นย้ำว่า แบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยสูง ไม่สะสมความร้อน ไม่เกิดการลุกไหม้หรือระเบิด รองรับการชาร์จได้รวดเร็วและมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และได้รับอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบความปลอดภัยผ่านเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาระบบอินเวอร์เตอร์และโซลูชัน กักเก็บพลังงานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานในภาคครัวเรือน อาคาร และยานยนต์ไฟฟ้า สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันเทคโนโลยีพลังงานที่พัฒนาโดยคนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน อธิการบดี กล่าวในตอนท้าย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานที่พัฒนาโดยโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตแบตเตอรี่ทั้งชนิดลิเทียมไอออน (Lithium-ion Batteries) และโซเดียมไอออน (Sodium-ion Batteries) ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ ขนาด 5 kWh ถึง 500 kWh รองรับการใช้งานในระดับสากลนอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับส่วนลดพิเศษสำหรับระบบ BESS พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ติดตั้งระบบ Solar + BESS และสถาบันการเงิน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงและขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดในวงกว้าง

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเชื่อมั่นว่า การสร้างระบบพลังงานสะอาดที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริง จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข่าว: เบญจมาภรณ์ มามุข / นายก่อคุณ เหรียญทอง นศ.สหกิจศึกษา สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข.
ภาพ: นายอรรถพล ฮามพงษ์ / นายณัฐวุฒิ เพชรประไพ













