เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ฝ่ายกฎหมายและสื่อสารองค์กร และกองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับคลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ สำนักงานอธิการบดี ครั้งที่ 17 ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสำรองโลหิตในคลังเลือดโรงพยาบาลศรีนครินทร์ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สำหรับการรับบริจาคครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนบริจาคโลหิตทั้งสิ้น 41 ราย ซึ่งมีผู้ที่ผ่านเกณฑ์การบริจาคจำนวน 31 ราย ได้ปริมาณโลหิตรวม 12,400 ซีซี และพบว่าเป็นผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ถึง 4 ราย

นางสาวทิพย์สุดา จันทนุช บุคลากรกองคลัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น อายุ 29 ปี ผู้บริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก ได้เล่าถึงความมุ่งมั่นในการเตรียมตัวเพื่อผ่านเกณฑ์การรับบริจาค โดยระบุว่าก่อนหน้านี้เคยพยายามบริจาคมาแล้ว 2-3 ครั้งแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอและมีภาวะเลือดลอย ในครั้งนี้จึงวางแผนเตรียมร่างกายอย่างจริงจังด้วยการนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมงและรับประทานอาหารเช้า

“รอบนี้พยายามเตรียมตัวมาอย่างดีค่ะ นอนตั้งแต่ 5 ทุ่มและตื่น 7 โมงเช้าเพื่อให้ครบเกณฑ์ 6 ชั่วโมงตามที่กำหนด และยอมกินข้าวเช้ามาด้วยเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ ตอนแรกที่วัดความดันไม่ผ่านแอบกลัวว่าจะบริจาคไม่ได้อีก แต่พอได้พักดื่มน้ำจนผ่านและตรวจเลือดผ่านก็ดีใจมาก หนูได้แรงบันดาลใจในการมาบริจาค จากการฟังพอดแคสต์ที่สะท้อนว่าปริมาณเลือดในคลังมักไม่เพียงพอต่อความต้องการสำหรับผู้ป่วยโรคไตและโรคเฉพาะทางอื่นๆ นอกเหนือจากเคสอุบัติเหตุ ฉะนั้น อยากให้ทุกคนลองมาบริจาคกันนะคะ เพราะการที่เรามาบริจาคเลือดสามารถช่วยชีวิตคนอื่นได้อีกมาก และตัวเราเองก็จะมีความสุขที่เป็นผู้ให้ค่ะ”

ด้าน นายชายชาญ หล้าดา บุคลากรกองสื่อสารองค์กร อายุ 47 ปี ผู้บริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง ได้กล่าวถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริจาคโลหิตเป็นประจำว่า จะได้รับตามหลักเกณฑ์ของสภากาชาดไทย โดยระบุว่านอกเหนือจากการได้ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์แล้ว ผู้บริจาคยังมีสิทธิได้รับเข็มที่ระลึกและเหรียญกาชาดสมนาคุณ รวมถึงสิทธิในการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัดสภากาชาดไทย ตลอดจนโอกาสในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เมื่อสะสมจำนวนครั้งครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น 20 ครั้ง หรือ 40 ครั้งขึ้นไป ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศและสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่มีจิตใจเป็นกุศลและมุ่งมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
“ผมมองว่าการบริจาคโลหิตคือการวางแผนระยะยาวครับ เพราะหากเรามีวินัยในการบริจาคสะสมไปเรื่อยๆ ตามกำหนดทุก 3 เดือน ในหนึ่งปีเราจะสามารถบริจาคได้ถึง 4 ครั้ง ซึ่งถ้าทำได้อย่างสม่ำเสมอจนครบเกณฑ์ไม่ว่าจะเป็น 20 หรือ 40 ครั้ง เราจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ทั้งเรื่องสิทธิค่ารักษาพยาบาลและการได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลสำหรับผู้ที่ดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ เพื่อที่จะสามารถส่งต่อโลหิตที่มีคุณภาพไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่ครับ”

ขณะที่ Mr. Fitra Prasapawidya Purna นักศึกษาปริญญาเอก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตัวแทนนักศึกษาต่างชาติ ระบุว่าตนเองเป็นผู้บริจาคโลหิตเป็นประจำตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นและทราบข่าวการรับบริจาคผ่านช่องทาง KKU Mail จึงตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมทันที และวางแผนที่จะร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือนตามเกณฑ์ของสภากาชาดไทย
“ปกติผมบริจาคเลือดเป็นประจำที่อินโดนีเซียอยู่แล้ว พอมาเรียนที่ไทยก็คิดว่าอยากบริจาคเหมือนกัน ครั้งแรกผมไปบริจาคที่กรุงเทพฯ และครั้งนี้ทราบข่าวจาก KKU Mail เลยอยากมาร่วมที่นี่ครับ ผมอยากเชิญชวนเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ที่มีน้ำหนักตัวถึงเกณฑ์ ให้ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีแล้วมาบริจาคเลือดด้วยกันที่นี่ทุกๆ 3 เดือนนะครับ”
ทั้งนี้ กิจกรรมบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ณ สำนักงานอธิการบดี จัดขึ้นเป็นประจำทุก 3 เดือน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารการบริจาคครั้งต่อไปได้ที่ www.kku.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 043-202204 https://www.facebook.com/share/1GusLu55zx/




