ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ มข. เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมดิจิทัลแห่งอนาคต ต้อนรับผู้บริหาร สกสว. ชูนวัตกรรมเด่นพร้อมขยายผลระดับชาติ

             มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ (Smart City Operation Center: SCOPC) เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมนำเสนอนวัตกรรมเด่นเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่พร้อมขยายผลสู่ระดับประเทศ


              เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศ.ดร.วนิดา แก่นอากาศ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์  รศ.ดร. ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และดิจิทัล สำนักบริการวิชาการ และทีมนักวิจัยศูนย์ปฎิบัติการเมืองอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Smart City Operation Center: SCOPC) ให้การต้อนรับ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ที่ปรึกษา สกสว. และ คณะผู้บริหาร ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและหารือแนวทางการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization)

      ในการนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ (SCOPC) ได้นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลและการบริหารงานเชิงพื้นที่ (Provincial Data Dashboard) ดังนี้:

  • ระบบศูนย์ข้อมูลสำหรับการบริหารงานเชิงพื้นที่ (Provincial Data Dashboard): หรือ “ขอนแก่นโมเดล” เครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารจังหวัดบนฐานข้อมูลจริง (Empirical Data) ครอบคลุมทั้งมิติงบประมาณ การจัดการภัยแล้ง และความปลอดภัย ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน ก.พ.ร. ให้ขยายผลไปยังจังหวัดนำร่อง เช่น กาฬสินธุ์ เชียงราย สงขลา หนองคาย และอุดรธานี
  • ไบโอออยล์จากใบอ้อย (Bio-oil): นวัตกรรมพลังงานสะอาดที่เปลี่ยนใบและยอดอ้อยเหลือทิ้งกว่า 16 ล้านตันต่อปี ให้เป็นน้ำมันชีวภาพสำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตร ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนน้ำมันและลดวิกฤตฝุ่น PM 2.5 จากการเผาใบอ้อย โดยมี 4 เครื่องต้นแบบสำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการม้วนเก็บไปจนถึงการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวคุณภาพสูง
  • WaterWayWatch และระบบแจ้งเตือน “Sri-alert”: นวัตกรรมเฝ้าระวังระดับน้ำและปริมาณน้ำฝนอัจฉริยะเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง (เช่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด) โดยมีจุดเด่นคือระบบ “Sri-alert” ที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังประชาชนโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น Line และ Telegram เมื่อระดับน้ำถึงจุดวิกฤต พร้อมฟังก์ชัน Automatic Floodgate Control ที่สั่งการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำได้ทันทีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการระบายน้ำ

                ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ที่ปรึกษา สกสว. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเยี่ยมเยือนว่าเป็นการติดตามผลการใช้งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมเหล่านี้สร้างผลกระทบในวงกว้าง และกล่าวชื่นชมผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นสามารถแปรเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง


              สำนักบริการวิชาการ ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำผลงานนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปต่อยอดและขยายผลลงสู่ระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชาวบ้านในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จนี้เกิดจากการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด และร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ ซึ่งการนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเช่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญยิ่งในด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ของสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ กล่าวเน้นย้ำ


  มหาวิทยาลัยขอนแก่นย้ำชัดถึงพันธกิจ “การอุทิศตนเพื่อสังคม” (Social Devotion) โดยมุ่งเป้าสู่ปี 2569 ในการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่ยั่งยืนร่วมกับหน่วยงานระดับชาติ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Smart & Open Government อย่างแท้จริง ที่ไม่ได้เพียงแค่สร้างงานวิจัยขึ้น แต่สามารถนำมาปรับใช้แก้ไขปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระดับสากลต่อไป

 

Scroll to Top