สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (OAS KKU) เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การออกคำสั่งทางปกครองเพื่อป้องกันความรับผิดและคดีปกครองสำหรับผู้บริหารภาครัฐ” ระหว่างวันที่ 1-3 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหาร ข้าราชการ และนักกฎหมายจากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วม การจัดอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับหลักกฎหมายปกครอง องค์ประกอบ ขั้นตอน และเงื่อนไขของการออกคำสั่งทางปกครองให้มีความถูกต้อง รัดกุม และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และจัดทำคำสั่งทางปกครองด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส เพื่อปิดช่องโหว่และลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดข้อพิพาทหรือคดีฟ้องร้องในศาลปกครอง

หลักสูตรนี้ คือการได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปกครอง มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตรง ประกอบด้วย: ดร.ประสาท พงษ์สุวรรณ์ ประธานแผนกคดีบริหารงานบุคคลในศาลปกครองสูงสุด, อ.สุทธิวัฒน์ มาศพันธ์ อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด, รศ.วนิดา แสงสารพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รูปแบบการอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ (Workshop) มุ่งเน้นการบรรยาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเจาะลึกและวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case Study) จากคดีที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้มาจากหน่วยงานที่หลากหลายทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และวิชาชีพกฎหมาย อาทิ กรมปศุสัตว์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เทศบาลตำบลหนองไผ่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานกฎหมาย โรงเรียนเทศบาลวัดชัยชุมพล องค์การบริหารส่วนตำบลตาสิทธิ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนแดง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านกฎหมายปกครองที่กว้างขวางในทุกภาคส่วน

การจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนปณิธานด้านการบริการวิชาการสู่สังคม (Social Devotion) โดยใช้ความเข้มแข็งทางวิชาการเข้าไปมีส่วนช่วยยกระดับการบริหารงานของภาครัฐ ให้ดำเนินไปตามหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล อันจะนำไปสู่การลดข้อพิพาท และสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการประชาชนได้อย่างยั่งยืน




















