มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินหน้าปรับรูปแบบการศึกษาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ เปิดตัวหลักสูตรใหม่ในรูปแบบ “ตรีควบโท” จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ “วิศวกรรมการจัดการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial and Logistics Engineering Management)” และ “วิศวกรรมนวัตกรรม (Innovation Engineering)” มุ่งยกระดับการผลิตบัณฑิตให้มีสมรรถนะสูง สามารถเรียนรู้แบบต่อเนื่อง และพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักวิจัย นักนวัตกรรม และกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
การเปิดหลักสูตรในครั้งนี้ สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของการจัดการศึกษา ที่เน้นการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary) ระหว่างวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อสร้างผู้เรียนที่มีทั้ง “ความรู้ลึก” และ “ความสามารถประยุกต์ใช้จริง” ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และรูปแบบการทำงาน การเรียนรู้แบบเดิมที่แยกเป็นรายสาขาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป “คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ และต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมได้จริง หลักสูตรตรีควบโทนี้จึงถูกออกแบบให้เป็น ‘แพลตฟอร์มการเรียนรู้’ ที่ช่วยให้นักศึกษาเติบโตอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงบัณฑิตศึกษา”
คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวถือเป็น “ทางลัดเชิงคุณภาพ” ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงได้เร็วขึ้น โดยไม่เพียงได้รับวุฒิการศึกษา แต่ยังได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำวิจัย การแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมจริง
ผศ.ดร.อังคณา บุญยืด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรตรีควบโทในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ได้ต่อยอดองค์ความรู้พื้นฐาน
สู่การประยุกต์ใช้ในเชิงวิศวกรรมและนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม “คณะวิทยาศาสตร์มีความเข้มแข็งด้านองค์ความรู้พื้นฐาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี การทำงานร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์จะช่วยเติมเต็มมิติของการนำความรู้ไปใช้จริง ทำให้นักศึกษาสามารถพัฒนาเป็นทั้งนักวิชาการ นักวิจัย และนักนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศได้”
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรดังกล่าวยังช่วยสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองตั้งแต่ระดับปริญญาตรี และสามารถพัฒนาไปสู่การทำวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
หลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยเฉพาะจากคณะวิทยาศาสตร์ ได้เห็นเส้นทางการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาอย่างชัดเจน สามารถวางแผนการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง และเชื่อมโยงองค์ความรู้พื้นฐานไปสู่การประยุกต์ใช้เชิงวิศวกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพในด้านโครงสร้างการเรียนรู้ หลักสูตรเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีศักยภาพสูงสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาได้ตั้งแต่ช่วงปลายของระดับปริญญาตรี ช่วยลดระยะเวลาในการศึกษาโดยรวม และลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เริ่มต้นทำวิจัยตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับรายละเอียดของหลักสูตร “วิศวกรรมการจัดการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์” มุ่งเน้นการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนและบริหารจัดการระบบการผลิตและการกระจายสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจยุคใหม่
ขณะที่ “วิศวกรรมนวัตกรรมเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้เป็นนักคิดเชิงสร้างสรรค์ นักพัฒนาเทคโนโลยี และผู้ประกอบการ ที่สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและสังคม ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
จุดแข็งสำคัญของหลักสูตร คือ การผสานการเรียนรู้ในห้องเรียนเข้ากับประสบการณ์จริง ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม การทำโครงงานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษา รวมถึงสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นนักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี หรือผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ในอนาคต
ความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-driven Economy)
ทั้งนี้ การเปิดหลักสูตรตรีควบโทดังกล่าว ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัยระดับแนวหน้าของภูมิภาค ที่มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติ และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน








