เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จัดกิจกรรมฝึกอบรม (Upskill & Reskill) ภายใต้หัวข้อ “การผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) สำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตร” มุ่งนำร่องเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างใบและยอดอ้อยให้เป็นพลังงานชีวภาพ (Bio-oil) เพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานและวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นางสาวภควรรณ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการกองอุตสาหกรรมชีวภาพ และ นายจิรวัฒน์ เทอดพิทักษ์พงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ เข้าร่วมการอบรมอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการสำนักบริการวิชาการ และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เพื่อชี้ให้เห็นถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรมอ้อย

ฝ่าวิกฤต “ต้นทุนพลังงาน” และ “มลพิษ PM 2.5” ปัจจุบันภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอ้อยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการเผาใบอ้อย รวมถึงภาระต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการผลิต “ไบโอออยล์” (Bio-oil) เพื่อดึงศักยภาพของใบและยอดอ้อยที่มีปริมาณเหลือทิ้งสูงถึง 16.79 ล้านตันต่อปี มาแปรรูปเป็นพลังงานสะอาด ป้องกันการสูญเสียชีวมวลไปโดยเปล่าประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร

ชูนวัตกรรม 4 เครื่องต้นแบบ ยกระดับเกษตรกรรมไทยครบวงจร
จากความมุ่งมั่นในการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาเครื่องต้นแบบที่พร้อมตอบโจทย์วงจรการผลิตอ้อยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวม 4 นวัตกรรม ได้แก่:
- เครื่องต้นแบบผลิตน้ำมันไบโอออยล์ (ปี 2565): ใช้กระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) แปลงสภาพใบอ้อยเป็นน้ำมันชีวภาพได้สูงสุดถึง 44.7% พร้อมผลพลอยได้เป็นไบโอแก๊สและสารปรับปรุงดิน (ไบโอชาร์)
- เครื่องต้นแบบม้วนเก็บใบอ้อยอัตโนมัติ (ปี 2567): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรวบรวมใบอ้อยจากแปลงเกษตร ลดการพึ่งพาแรงงานคนและประหยัดต้นทุน
- เครื่องต้นแบบระบบพ่นปุ๋ยน้ำและสารเคมีอัตโนมัติ (ปี 2568): นำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาควบคุมการทำงาน ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีโดยตรงของเกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัย
- เครื่องต้นแบบเครื่องกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงเหลว (ปี 2568): ต่อยอดความสำเร็จด้วยการกลั่นแยกส่วนไบโอออยล์ จนได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ทั้งน้ำมันดีเซลชีวภาพและเบนซินชีวภาพ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าน้ำมันเชิงพาณิชย์

ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ SDGs และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้นับเป็นการขับเคลื่อน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง โดยเกษตรกรสามารถนำไบโอออยล์ไปผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วน 10–14% เพื่อใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เครื่องยนต์เกิดการน็อก
นอกจากนี้ ยังสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเข้าถึงพลังงานสะอาด (SDG 7), การส่งเสริมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (SDG 9), การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉม “ขยะ” ให้เป็น “มูลค่า” พร้อมคืนอากาศบริสุทธิ์ให้สังคมไร้ฝุ่นควัน











