ระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และหน่วยปฏิบัติการเครือข่าย อว. ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงพื้นที่จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และเกษตรอัจฉริยะ ผ่านแพลตฟอร์มนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ (SGi-Farm)” เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การทำเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ ณ วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านแฝก-โนนสำราญ จังหวัดนครราชสีมา และวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์อีสานเขียว จังหวัดขอนแก่น
ตลอดระยะเวลา 2 วันของการดำเนินกิจกรรม มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ควบคู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยเกษตรกรได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-informatics) ผ่านแพลตฟอร์ม SGi-Farm ในบริหารจัดการข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทะเบียนเกษตรกร แปลงเพาะปลูก กิจกรรมในแปลง มาตรฐานการผลิต ไปจนถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของโครงการ คือการนำข้อมูลการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจากดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ ในการวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า ส่งผลให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ทั้งในด้านการจัดการน้ำ การเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยว อันนำไปสู่การควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.ศิรประภา บำรุงกิจ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาใน ต้นน้ำ–กลางน้ำ แล้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดสู่ ปลายน้ำ ของห่วงโซ่คุณค่า โดยให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging) อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบอัตลักษณ์สินค้า การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การจัดทำฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ผ่าน QR Code บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ เพิ่มมูลค่า และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด

การขับเคลื่อนในมิติดังกล่าว ไม่เพียงช่วยให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น หากยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดใหม่ สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่ใช้ความรู้และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่น

บรรยากาศของกิจกรรมเป็นไปอย่างใกล้ชิดและมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ที่นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ร่วมกับชุมชน
ในมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสังคม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ การขจัดความหิวโหย (SDG 2) การพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (SDG 9) และการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนของสังคมในอนาคต














ภาพ/ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น





