“เก่งงานแต่เขียนไม่เก่ง” และ “ทำงานหนักจนไม่มีเวลาทำเอกสาร” คือเสียงสะท้อนที่เป็น Pain Point ของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาอย่างยาวนาน หลายคนต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเล่มหนา ทั้งที่ผลงานจริงได้ถูกนำไปใช้งานและสร้างคุณค่าให้หน่วยงานแล้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงมองเห็นว่า ถึงเวลาที่ระบบต้องเปลี่ยนจากการ “วัดความสามารถในการเขียน” มาเป็นการ “วัดความสามารถในการพัฒนางานและสร้างคุณค่า”

เพื่อแก้ปัญหาที่กัดกินพลังของคนทำงาน มหาวิทยาลัยจึงประกาศนโยบาย KKU Transformation ภายใต้ยุทธศาสตร์ปี 2569–2572 ที่การบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง” (High Performing University)

รศ.ดร.ภัทรวิทย์ พลพินิจ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการเปลี่ยนวิธีคิดของระบบตำแหน่งทั้งระบบ โดยมุ่งให้ระบบมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมในงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
ประเด็นที่ 1: การประเมินค่างานแบบภาพรวม มหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนการประเมินค่างานแบบแยกส่วนทีละตำแหน่ง แต่จะประเมินภาพรวมของทั้งคณะหรือหน่วยงานทุก 4 ปี เพื่อให้คณะเห็นทิศทางกำลังคน และสามารถวางแผนความเชี่ยวชาญให้สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ ซึ่ง รศ.ดร.ภัทรวิทย์ ได้อธิบายแนวทางนี้ว่า
“กระบวนการในการประเมินค่างานก็จะมองภาพรวมเลยว่า แต่ละงานในโครงสร้างควรจะต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างไร สามารถสนับสนุนพันธกิจของคณะ ของมหาวิทยาลัย และของหน่วยงานอย่างไร ซึ่งเราสามารถที่จะวางอัตรากำลังความเชี่ยวชาญของคนไว้ได้ 4 ปีทำครั้งหนึ่ง หรือหากคณะจะประเมินทบทวนก็สามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการเข้าสู่ตำแหน่งสูงขึ้นมีความยุติธรรมและพร้อมต่ออนาคตมากขึ้นครับ”

ประเด็นที่ 2: เปลี่ยนจากงานเขียน เป็นงานจริง ผลงานที่จะใช้ในการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น จะพิจารณาจากการพัฒนางานให้ดีขึ้นอย่างมีคุณค่า โดยเปลี่ยนจากระบบที่ให้รางวัลกับความหนาของเอกสาร มาเป็นการแสดงชิ้นงานจริงที่ใช้งานได้จริง โดย รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล เน้นย้ำว่า
“แต่ก่อนเราเปิดประเมินเอกสารอย่างเดียวเลย แบบใหม่เราไม่ได้เน้นเอกสารแล้ว เราเน้นที่ชิ้นงานจริง บุคลากรท่านนี้อาจจะทำงานจนสำเร็จ ได้มีการใช้งานจริง ทำให้คณะประสบความสำเร็จ ไม่ต้องมาเขียนรายงาน ไม่ต้องมาเขียนคู่มือ สามารถที่จะกรอกแบบฟอร์มที่เราได้ดีไซน์ไว้ ซึ่งก็จะเป็นคล้าย ๆ กับ Executive Summary หนึ่งหน้า สองหน้า เพื่อเขียนอธิบายความสำเร็จของงานท่าน เพราะเป้าหมายของเราคือการทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้นและลดภาระในการทำเอกสารครับ”

ประเด็นที่ 3: กรรมการลงพื้นที่ประเมินหน้างานจริง เพื่อความเป็นธรรมแก่คนทำงานตัวจริง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะลงพื้นที่สัมภาษณ์และดูหน้างานจริง เพื่อยืนยันว่าผลงานที่นำเสนอเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ดังที่ รศ.ดร.ภัทรวิทย์ พลพินิจ อธิบายเพิ่มเติมว่า
“ตอนประเมิน คณะกรรมการประเมินจะมาประเมินดูหน้างานเลย มาสัมภาษณ์เลยว่าความสำเร็จคืออะไร ท่านทำยังไงให้มีความสำเร็จนั้น แล้วก็มาดูเลยว่ามันใช้งานได้จริงไหม วิธีการใหม่นี้บุคลากรก็อาจจะไม่ต้องไปเตรียมเอกสารเยอะ แต่แน่นอนก็จะเปลี่ยนรูปแบบของการยื่นผลงาน เป็นการเอาผลงานจริงที่เราทำนี่แหละ มาเตรียมแสดงให้กับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาประเมินผลงานเราเห็น ซึ่งจะทำให้เกิดความยุติธรรมและเห็นภาพความสำเร็จที่แท้จริงมากกว่าการดูแค่รายงานครับ”
นอกจากนี้สำหรับบทเฉพาะกาลและการเตรียมพร้อมสู่ระบบใหม่ มหาวิทยาลัยได้วาง “บทเฉพาะกาล” ไว้รองรับอย่างชัดเจน โดยผู้ที่ค่างานได้รับการอนุมัติแล้วสามารถยื่นตามวิธีการเดิมได้ภายใน 1 ปี ส่วนผู้ที่ค่างานยังอยู่ในกระบวนการ (ในท่อ) สามารถเลือกใช้วิธีการเดิมได้โดยนับระยะเวลาต่อเนื่องจากวันที่คณะกรรมการบริหารบุคคลเห็นชอบค่างาน เพื่อให้บุคลากรมีเวลาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ โดย รศ.ดร.ภัทรวิทย์ พลพินิจ กล่าวเสริมว่า ในเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยจะเผยแพร่คู่มือและตัวอย่างผลงานผ่านเว็บไซต์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน

“เกณฑ์ใหม่นี้ไม่ได้ทำมาเพื่อเพิ่มภาระ แต่เพื่อคืนเวลาให้ทุกท่าน ความตั้งใจของมหาวิทยาลัยคือการลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และหันมาวัดกันที่ความสำเร็จของงานจริงๆ ดังนั้น อยากให้เลิกกังวลว่ากระบวนการจะซับซ้อน หรือต้องเขียนเอกสารเยอะๆ ขอให้ทุกท่านตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โฟกัสที่การทำงานให้สำเร็จ เพราะเมื่อท่านทำงานสำเร็จ ความสำเร็จนั้นเองจะเป็นใบเบิกทางที่พาท่านสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น มหาวิทยาลัยอยากเห็นทุกท่านมีความก้าวหน้า เพราะเมื่อคนเก่งขึ้น มีความสุขขึ้น มหาวิทยาลัยขอนแก่นของเราก็จะก้าวไกลไปพร้อมกันครับ” รศ.ดร.ภัทรวิทย์ พลพินิจ กล่าวทิ้งท้าย
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่:
- เพจ Facebook: HR KKU
- เว็บไซต์: กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- สอบถามโดยตรง: ผ่านทาง Email หรือเบอร์โทรศัพท์ประจำกองฯ ที่ระบุไว้ในหน้าเว็บไซต์




