สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เข้าร่วมการประชุมชี้แจงแนวทางการลงนามสัญญารับเงินและการบริหารโครงการ กองทุน ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบออนไลน์ (Webex Meetings) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้นำโดย รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ พร้อมด้วย นางชลาลัย ภูโทถ้ำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ หัวหน้าภารกิจบริการวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ศูนย์บริการวิชาการสังคม รวมถึงนางสาวศิริพร สุวรรณหาร และนางสาวอุมาพร ปาลสาร เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักบริการวิชาการในการให้ความสำคัญกับภารกิจด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในระดับองค์กร

สำนักบริการวิชาการ มข. คว้าทุนสนับสนุนกว่า 9 แสนบาท
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนจากกองทุน ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 905,600 บาท ภายใต้ ” โครงการการสร้างเครือข่ายและส่งเสริมองค์ความรู้ในการป้องกันการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในสถานศึกษา” ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ 4 ของกองทุน ป.ป.ช. ในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยในภาพรวม มีโครงการที่ผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 161 โครงการ จากข้อเสนอมากกว่า 200 โครงการ คิดเป็นวงเงินสนับสนุนรวมกว่า 153 ล้านบาท

เลขาธิการ ป.ป.ช. ย้ำ ทุกโครงการต้องสร้างผลกระทบที่จับต้องได้
ในการประชุมครั้งนี้ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้กล่าวแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่ได้รับทุน พร้อมเน้นย้ำนโยบายสำคัญที่ผู้รับทุนทุกรายต้องยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ กล่าวคือ เงินกองทุน ป.ป.ช. เป็นเงินของทางราชการ ผู้ที่ได้รับทุนจึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ทำหน้าที่แทน ป.ป.ช. ในการขับเคลื่อนงานป้องกันทุจริต ดังนั้น จึงต้องมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างเข้มงวด

ยิ่งไปกว่านั้น เลขาธิการ ป.ป.ช. ยังได้กำชับให้ทุกโครงการมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดประชุมหรือกิจกรรมเพื่อพบปะกันเท่านั้น แต่ต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงผลผลิต (Output) และผลลัพธ์ (Outcome) ที่ส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันการทุจริตได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงต้องมีส่วนร่วมในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index: CPI) ของประเทศไทยด้วย
โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อนโยบายระดับชาติเท่านั้น แต่ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในสองมิติสำคัญ ได้แก่ มิติ Social Devotion หรือการอุทิศตนเพื่อสังคม ผ่านการให้บริการวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาในวงกว้าง และมิติ Good Governance หรือธรรมาภิบาล ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เตรียมความพร้อมเดินหน้าโครงการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่โปร่งใส ยุติธรรม และปลอดการทุจริตให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

















