วันที่ 24 มิถุนายน 2569 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความเข้าใจด้านการเงินให้แก่นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชน อันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการวางแผนและบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยในพิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้ สำหรับผู้แทนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี รองศาสตราจารย์ ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ดร.พงศ์พันธุ์ ศรัทธาทิพย์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและอุตสาหกรรมสัมพันธ์ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ขณะที่ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายคมสันติ์ ศรีคงเพ็ชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นางสาวศศุภร ปลั่งพงษ์พันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี)

(ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)


ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางการเงิน ผ่านการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร เครื่องมือ และสื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน ตลอดจนจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ด้านการเงินพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น ผ่านการบรรจุในรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) หรือวิชาบังคับเลือก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมทักษะในการจัดการทางการเงินที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรทางการศึกษาและประชาชน อาทิ การวางแผนทางการเงิน การออม การลงทุน การบริหารจัดการหนี้ และการสร้างภูมิคุ้มกันจากความเสี่ยงทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญให้ประชาชนคนไทยมีความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดี (Financial Well-being) และช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

การลงนามความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการขับเคลื่อนการบริการวิชาการผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะฯ ในการบูรณาการความรู้และนวัตกรรมร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งสร้างบัณฑิตและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการเงิน สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนค่านิยมองค์กร PRIME โดยเฉพาะด้าน Professionalism: การมุ่งมั่นสู่ความเป็นมืออาชีพ และ Innovation Focus: การสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 8: Decent Work and Economic Growth อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว













