R2R Communication Lab: มข. ปลดล็อกศักยภาพสื่อสารองค์กร ด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือ

เมื่อวันที่ 11–12 กุมภาพันธ์ 2569 ฝ่ายกฎหมายและสื่อสารองค์กร โดยงานผลิตสื่อ กองสื่อสารองค์กร จัดกิจกรรม“การพัฒนาเครือข่ายสื่อสารองค์กรด้วยการถ่ายทอดความรู้ R2R (Routine to Research Knowledge Sharing Network)” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อออนไลน์ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อยกระดับศักยภาพเครือข่าย สื่อสารองค์กร จากคณะ วิทยาลัย สำนัก และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ วารี วัลเล่ย์ รีสอร์ท ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 


การอบรมเริ่มต้นด้วยนางเบญจมาภรณ์ มามุข หัวหน้างานผลิตสื่อ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และนายชุมพร พารา ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร กล่าวเปิดการอบรม โดยระบุว่า

ในยุคสังคมดิจิทัล การสื่อสารมิใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และการยอมรับจากสังคม บุคลากรด้านการสื่อสารจึงเปรียบเสมือน “ทูตสื่อสาร” ของมหาวิทยาลัย ที่มีบทบาทถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สู่สาธารณชนอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งชี้ว่า การพัฒนาเครือข่ายผ่านแนวคิด R2R เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการสื่อสารที่ได้มาตรฐานสากล ยึดมั่นจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยที่สังคมยอมรับและเชื่อถือ


ตลอด 2 วัน มีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย “R2R Communication Lab” โดยนายภาสกร เตือประโคน และนายอิทธิวัฒน์ จันชัยชิต การเสวนา “Professional Communication Network” ถ่ายทอด Best Practices การสื่อสารและการสร้างแบรนด์องค์กร โดยนางสาวนิติยา ศรีวรเดชไพศาล (สำนักหอสมุด) นางสาวกัญฑิราภัค สดมีสกุลภักดี (คณะวิศวกรรมศาสตร์) และนางสาวกมลพร วรรณะปะเก (คณะแพทยศาสตร์) ดำเนินรายการโดย นางสาวรวิพร สายแสนทอง รวมถึงการบรรยายเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ชวนคิดชื่องานวิจัย จากงานประจำ” “ผลิตสื่อคุณภาพสูงด้วย NotebookLM” และ “เทคนิคการนำเสนอเนื้อหาให้ถูกใจ ชาวโซเชียล” วิทยากรทั้ง 3 ท่านกล่าวในการบรรยายไว้อย่างน่าสนใจ

นางสาวนิติยา จากสำนักหอสมุด ถ่ายทอดแนวคิดว่า “งานประจำคือพื้นที่เรียนรู้” ไม่ใช่เพียงภารกิจรายวัน และงานประจำไม่ใช่งานเล็ก หากเรามองเห็นคุณค่าและพัฒนาให้เป็นงานที่ “ใหญ่” ได้ งานประชาสัมพันธ์ ของสำนักหอสมุด แม้ถูกมองว่าเป็นเพียงงานสนับสนุน ไม่มีงานวิจัยหรือบุคลากรชื่อดังเป็นจุดขาย แต่หัวใจสำคัญคือการตั้งคำถามว่า “จะทำอย่างไรให้คนรู้จักและเข้าถึงห้องสมุดมากขึ้น”
บทเรียนที่ได้จากการทำงานคือ หากไม่มีข้อร้องเรียน อาจหมายถึงไม่มีผู้ใช้บริการ ปัญหาจึงไม่ใช่อุปสรรค แต่คือโอกาส ทุกคำถามและทุกข้อร้องเรียนล้วนเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาองค์กร จากการตอบคำถามซ้ำ ๆ จึงต่อยอดพัฒนาเป็นระบบ Chatbot และจากคำถามผู้บริหารเรื่องสถิติข่าว จึงพัฒนาระบบเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้าน Reach และ Engagement งานประจำจึงค่อย ๆ ยกระดับสู่การเป็นงานพัฒนา งานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) งานนวัตกรรมกระบวนการ และสามารถต่อยอดสู่เวทีรางวัลระดับประเทศได้ “ปัจจัยความสำเร็จสำคัญ คือ การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ นำมาวิเคราะห์ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”


นางสาวกัญฑิราภัค จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถ่ายทอดแนวคิดว่า “งานหนักไม่ใช่อุปสรรค หากมีระบบและเทคโนโลยีช่วย” การสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ “ไม่กดดัน แต่ต้องส่งงานให้ทัน” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและ AI มาประยุกต์ใช้ในงานประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยผลิตเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล และลดภาระงาน ผลลัพธ์คือ งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดผลงานโดดเด่น และได้รับรางวัล Show & Share ของมหาวิทยาลัย “บทเรียนสำคัญคือ เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการเพิ่มศักยภาพและยกระดับงานประจำให้ก้าวไกลกว่าเดิม”


และนางสาวกมลพร จากคณะแพทยศาสตร์ ถ่ายทอดประสบการณ์ “จากคำดูแคลน…สู่การรีแบรนด์องค์กร” โดยสะท้อนว่า แม้คณะแพทยศาสตร์จะมีบุคลากรกว่า 7,000 คน แต่อดีตภาพลักษณ์องค์กร ถูกมองว่าเคร่งขรึม เป็นทางการ อายุองค์กร 50–60 ปี และสื่อสารเชิงพิธีการ  คำวิจารณ์ที่ว่า “งานประชาสัมพันธ์มีหน้าที่แค่ถือกระเช้า เดินตามผู้บริหาร” กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทีมสื่อสารองค์กรลุกขึ้นทบทวนบทบาทของตนเอง พร้อมตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับอายุแบรนด์ บุคลิก และความทันสมัยขององค์กร
ผลลัพธ์คือการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ ทั้งการปรับโทนสี ปรับภาพลักษณ์ ลดความเป็นพิธีการ เพิ่มความ Smart จัดโครงสร้างทีมใหม่ และจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกราฟิก (Outsource) เพื่อยกระดับคุณภาพสื่อ จากเดิมที่เน้นปริมาณข่าวจำนวนมากแต่คุณภาพต่ำ สู่การผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและทิศทางชัดเจน
“บทเรียนสำคัญคือ เมื่อผู้อื่นยังไม่เห็นคุณค่า เราต้องสร้างคุณค่าให้ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมผ่านผลงานที่พิสูจน์ได้”

บรรยากาศการจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างเข้มข้นและเป็นกันเอง ผู้เข้าร่วมได้ทั้งสาระ ความรู้ และแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

โดยนางหญิง โพธิสุวรรณ คณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้ได้รับข้อมูลและความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาวิชาชีพ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัลและเครื่องมือ AI ในการเขียนข่าวและงานด้านสื่อสาร เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการทำงาน อีกทั้งยังได้สร้างมิตรภาพและเครือข่ายความร่วมมือ เห็นพัฒนาการของบุคลากรรุ่นใหม่ทั้งด้านวิชาการ ความผูกพัน และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมเชื่อว่าการจัดอบรมอย่างต่อเนื่องจะเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียว (Unity) และความภาคภูมิใจในการเป็นบุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ด้านนายสุชาติ เทพภูเขียว คณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า การเข้าร่วมสัมมนาทำให้เห็นพลังความสามัคคีของเครือข่าย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งด้าน R2R และการใช้เครื่องมือ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน รวมถึงช่วยพัฒนาศักยภาพรายบุคคลควบคู่กับการพัฒนางานขององค์กร


กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อออนไลน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีงบประมาณ 2569 สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การมุ่งสู่ “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก” (A World-Leading Research and Development University) ภายใต้แนวคิด “Future-Ready KKU” และสนองยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลและการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร (Beyond Good Governance) โดยใช้การพัฒนาเครือข่ายสื่อสารองค์กรเป็นเครื่องมือเสริมธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเป็นมืออาชีพ 


ผลจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะช่วยยกระดับศักยภาพเครือข่ายสื่อสารองค์กรให้สามารถพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ผลิตสื่อคุณภาพ และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อันนำไปสู่การเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

 
ข่าว : เบญจมาภรณ์ มามุข / ปุณวัจน คุณทิพย์ นักศึกษาฝึกปฏิบัติสหกิจศึกษา ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น The ceremony took place
ภาพ : อรรถพล ฮามพงษ์ / ณัฐวุฒิ จารุวงศ์ / นายณัฐดนัย อุปนันท์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์สหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น

Scroll to Top